แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Toyota C-HR แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Toyota C-HR แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2560

เปิดตัวรถ Toyota C-HR เข้าไทย รถใหม่ประจำปี 2016-2017 ที่หลายคนรอคอย



หากจะพูดถึงรถยนต์อีกรุ่นที่คนรักรถต่างเฝ้ารอ ก็ต้องนับรวมถึง Toyota C-HR เข้าไทย ประจำปี 2016-2017 อย่างแน่นอน หลังจากเราได้เห็นรุ่นต้นแบบกันไปเมื่อปี 2014 Toyota C-HR ได้ผ่านการเปิดตัวจากหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นประเทศญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ไปจนถึงประเทศในโซนยุโรป และในตอนนี้ประเทศไทยก็ได้เปิดงานมอเตอร์โชว์ต้อนรับรถคอมแพคครอสโอเวอร์รุ่นนี้ในที่สุด ทำให้ใครหลายคนได้ตื่นเต้นกับข่าว Toyota C-HR เข้าไทย 

http://www.thaitoyotachr.com/


ในด้านการออกแบบ Toyota C-HR มาพร้อมกับดีไซน์ที่สวยหรู เฉียบคมทุกเส้นสายและมุมมองในธีม Diamond architectural ซึ่งทีมออกแบบได้รับแรงบันดาลใจมาจากเหลี่ยมมุมสวยคมของเพชร ตัวถังด้านหน้าเพรียวสวยฉี่ยวตลอดแนวสู่ด้านท้ายที่ลาดลงสไตล์คูเป้ พร้อมดีเทลการเล่นระดับที่ตัวถังด้านข้างและด้านท้าย ให้ความรู้สึกแปลกใหม่พร้อมอารมณ์แปลกตาอย่างแนบเนียน เป็นการใช้การออกแบบผสมกล่นอายรถคูเป้ได้อย่างลงตัว โดยที่ตัวถังด้านข้างใช้เส้นสายที่มีความโค้งเพื่อให้บานประตูกลมกลืนกับตัวรถ และยังมีกิมมิคเก๋ๆ อย่างเส้นขอบที่บริเวณกระจกล่าง ที่วาดลวดลายเชื่อมต่อกับแนวเส้นสายที่บริเวณหลังคารถ นอกจากนี้ Toyota C-HR ยังมีไฟหน้าและไฟท้ายรูปทรงสวยสะดุดตาเสริมตัวรถให้โดดเด่นขึ้น เป็นการออกแบบดีไซน์โดยให้ใกล้เคียงกับรถรุ่นต้นแบบมากที่สุด พร้อมขุมพลังภายในที่ถูกเพิ่มเติมระบบแบบไฮบริด เครื่องยนต์เบนซินที่มีสมรรถนะสูง น้ำหนักเบาและประหยัดสูงสุด สามารถเลือกได้ทั้งระบบขับเคลื่อนสองล้อและระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ และยังสามารถเลือกขนาดเครื่องยนต์ที่ 1.2 ลิตร หรือ 2.0 ลิตรได้อีกด้วย สำหรับเกียร์สามารถเลือกได้ทั้งแบบเกียร์ธรรมดาที่ปรับระดับได้ถึง 6 ระดับ และแบบเกียร์อัตโนมัติ CVT แต่ในเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตรนั้น จะมีในรถรุ่นเกียร์อัตโนมัติ CVT เท่านั้น

http://www.thaitoyotachr.com/

ในส่วนของฟังก์ชั่นภายในนั้นเรียกได้ว่า Toyota C-HR มีการปรับแต่งฟังก์ชั่นต่างๆ มาเพื่อตอบสนองการใช้งานที่ลงตัว เป็นระบบ สามารถใช้งานได้ราบรื่นไม่สะดุดและให้ความรู้สึกอิสระและสนุกสนานยามขับขี่ มีการปรับจุดศูนย์ถ่วงของรถให้ต่ำลงเพื่อลดการโคลงตัวระหว่างขับแบบเร่งความเร็วสูงๆ ซึ่งมาพร้อมกับระบบป้องกันการสั่นสะเทือนอัจฉริยะด้านหลังแบบมัลอิติลงค์ ควบคุมได้อย่างมั่นคง แม่นยำและเป็นธรรมชาติด้วยระบบแชสซี TNGA อีกทั้งยังพรั่งพร้อมด้วยฟังก์ชั่นรักษาความปลอดภัยมาตรฐานรถยุโรปไม่ว่าจะเป็นฟังก์ชั่นรักษาความเร็วนำร่องแบบอัตโนมัติ ฟังก์ชั่นการแจ้งเตือนการเฉี่ยวชนและแจ้งเตือนการเปลี่ยนช่องทางเดินรถ ไปจนถึงฟังก์ชั่นตรวจจับวัตถุและคนที่เดินบนทางเท้า  
ใครที่กำลังรอรถคอมแพคครอสโอเวอร์ระบบไฮบริดที่พร้อมจะเข้ามาตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนเมืองและเริ่มทำตลาดในไทยอยู่ล่ะก็ จับตาฟังข่าว ToyotaC-HR เข้าไทยให้ดี รับรองว่าอีกไม่นานเกินรอ

มาแล้ว! โตโยต้าปล่อย Compact SUV ใหม่ Toyota C-HR เปิดตัวในไทย คาดปลายปี 2017 นี้



        โตโยต้า ค่ายรถยักษ์ใหญ่ชั้นนำ จากทางฟากฝั่งประเทศญี่ปุ่น ที่ได้ผลิตรถออกมาหลากหลายรูปแบบมาก เพื่อครองใจคนไทยทั้งประเทศมาอย่างยาวนาน สังเกตได้จากบนท้องถนนนะครับ ตั้งแต่รถสาธารณะ รถใช้ส่วนตัว ไปจนถึงรถหรู ราคาแพงๆ จะเก่าหรือใหม่ อย่างน้อยก็จะต้องปรากฏรถจากทางค่ายของโตโยต้าให้เราได้เห็นกันบ้างแหละครับ และเป็นที่แน่นอนว่า จะสามารถอยู่ครองใจคนได้มานานขนาดนี้ก็ย่อมที่จะต้องมีการพัฒนารูปแบบรถ ให้มีความเหมาะสมกับลักษณะการใช้งานของคนอยู่เรื่อยๆ นั่นเอง จนมาถึงรถรุ่น C-HR ที่ได้ผสมผสานสิ่งต่างๆ อย่างลงตัว แต่ Toyota C-HR เปิดตัวในไทยนั้น จะเป็นอย่างไร ตามมาดูกันเลยครับ




        Toyota C-HR ได้ปรากฏโฉมครั้งแรกในเวอร์ชั่นสายการผลิต ที่เป็นคันจริงไม่ใช่รถต้นแบบครั้งแรก ในงานเจนีวา มอเตอร์โชว์ 2016 นั่นเองครับ ก็ถือว่าเป็นข่าวที่สร้างความฮือฮา ! ได้มากเลยทีเดียว ที่จะได้เห็นรถประเภทนี้ออกจากทางโตโยต้ากันบ้าง หลังจากที่ปล่อยให้ค่ายอื่นทำคะแนนกันมาอยู่พักใหญ่แล้ว แต่พี่ไทยของเราจะได้พบกับ Toyota C-HR เปิดตัวในไทยในช่วงปลายปี 2017 ถึง ช่วงต้นปี 2018 นี่เองครับ ก็อีกไม่นานแล้วนะครับที่ Toyota C-HR จะเปิดตัวในไทย โดยในครั้งนี้ทางโตโยต้าออกแบบมาในคอนเซ็ปต์ Diamond Architectural “เฉียบคม และมีพลังดุจอัญมณี” ภายใต้โครงสร้างพื้นฐานการออกแบบ TNGA (Toyota NewGlobal Architecture) ที่ถูกนำมาใช้ในรถหลายรุ่นเลย ส่วนในรุ่นของ Toyota C-HR ที่เปิดตัวในไทย ก็จะมาในรูปแบบ Compact Crossover คือ มีรูปแบบ SUV แต่ก็ไม่ได้มีขนาดใหญ่เท่ารุ่นพี่อย่างพวก Fortuner นั่นเองครับ แต่ก็มีรูปร่างทรวดทรงองค์เอว ที่โฉบเฉี่ยวไม่น้อยเลย มากับแบบบั้นท้ายลาดลงแลดูแบบรถคูเป้สองประตู แต่ก็ยังมีการเล่นระดับเป็นชั้นๆ ให้ดูมีลูกเล่นไม่น้อยเลย ผนวกเข้ากับไฟท้ายแบบลูกศร สะดุดตากันเข้าไปอีก เท่านั้นยังไม่พอ ไฟหน้าดวงโต สุดเก๋ ที่ยาวตั้งแต่ซุ้มล้อมาจนถึงกระจังหน้ารถ ก็ทำให้ดูหล่อขึ้นไม่น้อย ถ้าเป็นสาวๆ ก็คงจะกรีดหางตากันคมกริบเลยนั่นเอง แถมลวดลายเส้นสายรอบคันรถที่มีลายเส้นการออกแบบที่มีความเฉียบคม ดูรวมๆ แล้วรถรุ่นนี้ออกแบบผสมผสานรูปทรงอัญมณี รวมเข้ากับความพริ้วไหวแบบ Fluid Surface กันได้อย่างลงตัวเลย




        Toyota C-HR ที่เปิดตัวในไทย รถ Compact Crossover อเนกประสงค์ ที่มาในรูปแบบสะดุดตา หล่อสวยกันไปอีกแบบหนึ่ง ออกมาได้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ชีวิตคนเมือง ที่ชื่นชอบความเก๋ไก๋ มากกว่าความอเนกประสงค์กว้างขวางนั่นเองครับ แต่สนนราคาในบ้านเรานั้นจะอยู่ที่เท่าใด อดใจรอกันสักพัก ปลายปี 2017 ได้เจอกันแน่นอนครับ

#toyotachr #toyotachrราคา #toyotachrเข้าไทย #toyotachrเปิดตัวในไทย #toyotachrภายใน #toyotachrthailand

วันพุธที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

รูปลักษณ์ภายใน Toyota C-HR (Toyota C-HR Interior)

กระทู้ที่แล้วเราได้นำเสนอรูปภายนอก Toyota C-HR สวยงามขนาดไหนนั้นคงได้เห็นไปแล้ว ถ้าใครไม่รู้ว่าหาไม่เจอคลิก Link นี้ได้เลยนะครับ --> รูปภายนอก Toyota C-HR

ซึ่งวันนี้จะนำรูปภายใน Toyota C-HR มาให้ได้ชมกันครับ หลายๆท่านคงอดใจรอที่จะสัมผัสกับเจ้า Toyota CHR กับแทบไม่ไหวกันเลยทีเดียว^^



    หลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปแล้วในหลายประเทศสำหรับ Toyota C-HR ขุมพลังสายไฮบริด รักธรรมชาติ ครอสโอเวอร์ ตัวใหม่จากค่าย Toyota ที่ต้องบอกว่าได้รับการตอบรับจากหลายประเทศเป็นอย่างดี ซึ่งในงานมอเตอร์โชว์ประเทศต่างๆก็มีการโชว์รถต้นแบบที่เปิดเผยระบบของ Toyota C-HR ภายใน และภายนอกแบบจัดเต็ม ทำให้ได้รับยอดสั่งจองมากมายเลย ทีเดียว แต่หลายท่านอาจจะยังไม่รู้จักกันดีนัก เราจะพาไปทำความรู้จักแบบพื้นฐานกันเลย คำว่า C-HR เป็นคำที่ย่อมาจาก Coupe High-Rider ที่แปลว่า รถคูเป้แบบยกสูงนั้นเอง แค่สไตล์ของ Toyota C-HR นั้นเป็นสไตล์ครอสโอเวอร์สี่ประตู ซึ่งทาง Toyota ต้องการพัฒนาให้กลายเป็นรถอเนกประสงค์แนวโฉบเฉี่ยวและประหยัดพลังงานซึ่งกำลังเป็นที่จับตามองในตลาดรถสมัยใหม่พอสมควร แต่ต้องขอบอกก่อนว่าวันนี้เราจะพาไปทำความรู้จัก Toyota C-HR ภายใน กันว่าจะทำออกมาตอบโจทย์มากแค่ไหน

    การเลือกซื้อรถสักคันหลายท่านอาจจะมองต่างกันออกไปแต่สำหรับผมแล้วจะเน้นดูประสิทธิภาพและระบบภายใน เป็นหลัก ซึ่งหลายท่านที่กำลังตัดสิ้นใจว่าจะซื้อ Toyota C-HR ดีหรือไม่ เราไปดู Toyota C-HR ภายใน กันก่อนเลย ระบบภายในห้องโดยสารนั้นค่อนข้างโดดเด่น ด้วยระบบหน้าจอแดชบอร์ดขนาดใหญ่ 9 นิ้ว ตามมาด้วยพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบสามก้าน และมาตรวัดทรงกลมที่มีหน้าจอแสดงผลตรงกลางขนาด 4.2 นิ้ว ช่วยให้มองได้ชัดเจนมากขึ้นปรับแสงอัตโนมัติ ต่อไประบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมโหมด ECO ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ยังจัดเต็มเรื่องระบบรักษาความปลอดภัยอีกด้วย Toyota Safety Sense ที่ประกอบไปด้วย ระบบเตือนภัยการชนด้านหน้า ระบบตรวจจับคนเดินถนน ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน ระบบเตือนอาการเหนื่อยล้า และระบบอ่านป้ายจราจรอัตโนมัติ และอื่นมากมาย



    ระบบนคอนโซลจะเน้นความสะดวกและสะอาดตา วัสดุที่ใช้เน้นการสัมผัสที่นุ่มนวลและสีสันโทนเข้มออกแนวหรูหราเป็นหลัก เพิ่มลูกเล่นด้วยผ้าที่มีสัมผัสแบบสปอร์ตที่เบาะนั่งและแผงข้างประตู หัวเกียร์เป็นโลหะหุ้มด้วยหนังเน้นสวยงามและน่าใช้งานเป็นหลัก สำหรับเบาะนั่งนั้นผ่านการออกแบบให้เสริมความแข็งแรงและหนามากขึ้น ช่วยกระจายแรงกดของผู้ขับขี่และคนโดยสารช่วยให้สามารขับต่อเนื่องได้โดยไม่ปวดเมื่อย นอกจากนี้เบาะที่นั่งแถวหลังยังสามารถพับแยกส่วน 60:40 ให้เป็นแนวราบได้เพื่อเพิ่มพื้นที่บรรทุกสัมภาระเพิ่มมากขึ้น ภายในรถยังมีช่องใส่ของมากมาย สไตล์รถอเนกประสงค์แบบครบครัน สำหรับเครื่องยนต์นั้นก็มีให้เลือกถึง 3 แบบ ซึ่งมีรุ่นแยกย่อยออกไปอีกมากมาย สำหรับประเทศไทย ยังไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะวางจำหน่ายในวันที่เท่าไหร่ คาดว่าปลายปี 2060 หรือไม่ก็ต้นปี 2061 โตโยต้าจะได้เห็น C-HR กัน รอติดตามกันต่อไปนะครับ


แผงแดชบอร์ดนั้น การจัดวางตำแหน่งจะต่างจาก Toyota Prius ที่ใช้ Platform Toyota New Global Architecture (TNGA) เหมือนกัน อย่างสิ้นเชิง มีจอกลาง
วางในลักษณะรถยนต์ยุคใหม่ๆ คือเป็นจอลอยตัวขึ้นมา คล้ายเอา Tablet หรือ iPad มาวางไว้ แต่ถูกลดทอนขอบต่างๆ ให้มีความเชื่อมโยง ต่อเนื่องกับส่วนอื่นๆของรถ
ด้วยการลากเส้นตกแต่ง ยาวจากประตูฝั่งซ้าย ไปจรดที่ประตูฝั่งขวา

ในภาพที่เห็นจะเป็นเวอร์ชั่น Hybrid ซึ่งจะถูกตกแต่งด้วยเส้นสีฟ้า คาดว่ารุ่นอื่นๆที่เป็นเครื่องยนต์ปกติ หรือ เครื่องยนต์เทอร์โบจะมีการใช้วัสดุที่ต่างกันออกไป
เช่น สีเงินเมทัลลิคอย่างแน่นอน

นอกจากนี้บริเวณจอกลางยังมีการแทรกนาฬิกาเล็กๆเอาไว้ ที่มุมล่างด้านขวาโดยวัสดุตกแต่งแผชแดชบอร์ดหลักจะใช้ สีดำ Piano Black ตามสมัยนิยม





ชุดมาตรวัด 2 วง ขนาบข้าง แทรกด้วยจอ MID กลางแบบสี TFT เหมือนกับรถ Toyota รุ่นใหม่ในปัจจุบันของบ้านเรา ด้านซ้ายเวอร์ชั่น Hybrid จะเป็นมาตรวัดมอเตอร์ไฟฟ้า และ แบตเตอรี่ ส่วนเวอร์ชั่นปกติ น่าจะเป็นตำแหน่งที่อยู่ของมาตรวัดรอบเครื่องยนต์

วงด้านขวาจะเป็นมาตรวัดความเร็ว เป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่ง ว่า มาตรวัดอุณหภูมิเครื่องยนต์ยังคงมีอยู่ ต่างจากรถในปัจจุบันที่จะมีเพียงแค่ไฟแจ้งเตือน

ระบบปรับอากาศ เป็นแบบอัตโนมัติ แยกอิสระซ้าย-ขวา Dual Zone พร้อมหน้าจอแสดงผล แบบดิจิตอลสีฟ้า ตรงกลาง





โทนสีหลักภายในห้องโดยสาร จะใช้สีน้ำตาลเข้มออกแดง ในช่วงครึ่งคันรถส่วนบนส่วนอื่นๆทั้งคันรถจะใช้โทนสีดำ บรรยากาศภายในเน้นโทนสปอร์ต แต่แอบมีกลิ่นอาย
ของความหรูเข้ามานิดๆจากการใช้โทนสี

บริเวณครึ่งบนของแดชบอร์ดหน้ามีการเดินตะเข็บด้ายจริง การวางตำแหน่งของหน้าจอและ แผงควบคุมต่างๆเอาใจคนขับ ด้วยการเอียงมุมองศา เข้ามาหาฝั่งผู้ขับขี่มากกว่า
รถทั่วไป



เบาะนั่งทรงสปอร์ตดูแล้วน่าจะค่อนข้างกระชับอยู่ไม่น้อย มีการใช้ลวดลายเดินตะเข็บทั้งตัวเบาะ ส่วนของเกียร์จะใช้เป็นแบบถุงหุ้ม ถ้าสังเกตดีๆ เราจะเห็นปุ่มเบรกมือไฟฟ้า
รวมถึงช่องวางแก้วน้ำ และ แผงประตูส่วนล่าง จะมีการใช้ไฟ Ambient Light มาเสริมบรรยากาศเข้าไปด้วย

Toyota C-HR เฉียบคมและมีพลังดุจอัญมณี

   นี่ก็เพิ่งผ่านพ้นเดือนแรกของปี 2560 หรือปี 2017 กันมาเดือนหนึ่งแล้วนะครับ กำลังขึ้นต้นเดือนที่สองกันแล้ว และในช่วงปลายปีที่ผ่านมาก็ได้มีงาน Bangkok Motor show กันไปแล้ว ก็ทำให้พวกเราได้เห็นหน้าเห็นตารถใหม่ๆ กันไปหลายรุ่นแล้วในหลายค่ายรถยอดฮิตนะครับ สวยถูกอกถูกใจกันไปบ้าง ไม่ถูกใจบ้างก็นานาจิตตังกันไปนะครับ แต่ถ้าคนไหนยังต้องการจะเลือกซื้อรถอยู่ แต่ยังไม่เจอคันที่ถูกในกันสักที วันนี้นะครับ ผมมีเรื่องราวของรถจากค่ายรถยอดฮิตติดตราตรึงใจคนไทยมานานอีกค่ายหนึ่ง นั่นคือโตโยต้า มาฝากทุกคนครับ เพราะในวันนี้เราจะมาพูดคุยกันถึง Toyota C-HR นั่นเอง



   Toyota C-HR รถรุ่นใหม่จากค่ายยักษ์ใหญ่อย่างโตโยต้า ก็ได้ถึงเวลาฤกษ์งามยามดีที่จะเปิดตัวให้ทุกคนได้เห็นกันแล้วนะครับ หลังจากที่ปล่อยให้ค่ายอื่นเขาทำตลาด ไม่ว่าจะเป็น Honda HR-V, Nissan Juke, Ford Ecosport ล่าสุด Mazda CX-3 วิ่งกันเต็มท้องถนนไปสักพักใหญ่ โดย Toyota C-HR เปิดตัวครั้งแรกเลย แต่มาในแบบรถต้นแบบหรือ Concept Car นะครับ ที่ประเทศฝรั่งเศส ในงานปารีส มอเตอร์โชว์ 2014 ซึ่งตัวนั้นจะเป็นรถต้นแบบคันแรกเลย รูปร่างหน้าตาต่างๆ ก็จะออกแนวคล้ายๆ รถในหนังยุคอนาคตที่แทบจะไม่ต้องมีคนขับอะไรประมาณนั้น จากนั้นทางโตโยต้าเขาก็ได้ไปทำการปรับปรุงและพัฒนามาเรื่อยๆ จนกลายเป็น Toyota C-HR รถต้นแบบเบอร์ 2 แล้วนำมาให้ประชาชนได้ดูกันที่ประเทศเยอรมนี ในงาน แฟรงก์เฟิร์ต มอเตอร์โชว์ 2015 มาถึงจุดนี้ก็เริ่มจะเป็นรูปเป็นร่างกันมาแล้วนะครับ จนมาถึงงานเจนีวา มอเตอร์โชว์ 2016 นี่เอง โตโยต้าของพวกเราก็ได้ทำการเปิดตัว Toyota C-HR เวอร์ชั่นที่จะออกขายกันจริงๆ แล้ว มาให้สายตาประชาชนได้ยลยินกัน ส่วนพี่ไทยบ้านเราก็คาดว่าน่าจะมาให้เราได้สัมผัสกันช่วงปลายปี 2017 หรือราวๆต้นปี 2018 นะครับ อดใจรอกันสักครู่นะครับ เราก็จะได้เห็นเจ้า Toyota C-HR วิ่งกันตามท้องถนนแล้วนะครับ ที่มาพร้อมกับความโฉบเฉี่ยวแถมยังมีพลังดุจอัญมณีกันเลยทีเดียว



   ในทุกวันนี้ รถแต่ละค่ายก็ได้มีการพัฒนารูปแบบ หน้าตา รวมถึงสมรรถนะต่างๆ ออกไปสวยงามมากยิ่งขึ้น มีความโฉบเฉี่ยว หรูหรา กันตามความชื่นชอบของคนในแต่ยุคสมัย โตโยต้าก็เป็นอีกค่ายที่อยู่ในใจคนไทยมาอย่างยาวนาน ก็ได้เปิดตัว Toyota C-HR รถอีกรุ่นที่มีความน่าสนใจไม่น้อย แต่จะเป็นอย่างไรนั้น อกใจรออีกไม่นาน คันจริง เวอร์ชั่นจริง แบบชนิดวางขายในประเทศไทย จะได้มาพบกับทุกคนแน่นอนครับ

วันพุธที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

ราคา Toyota C-HR ที่ UK มีให้เลือก 2 เครื่องยนต์ 1.2 Turbo/1.8 Hybrid

หนึ่งในรถยนต์ Crossover ที่หลายคนเฝ้าคอยให้มาประเทศไทยจาก Toyota อย่าง C-HR ได้เริ่มออกจำหน่ายที่ประเทศอังกฤษแล้ว เราจึงนำราคา Toyota CH-R รุ่นย่อยทั้ง 11 รุ่นย่อย มาให้ชมกันหากรถยนต์รุ่นนี้ออกจำหน่ายในประเทศไทยช่วงต้นปี 2018 เท่ียบกับคู่แข่งใน Segment เดียวกัน และ ใกล้เคียง มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นอย่างไร



Toyota CH-R ที่เริ่มออกจำหน่ายในเมืองผู้ดีมาพร้อมกับเครื่องยนต์ 2 รุ่น, 3 รุ่นย่อย, ระบบส่งกำลัง 2 แบบ ทั้งเกียร์ธรรมดา และ เกียร์อัตโนมัติ, ระบบขับเคลื่อนทั้ง 2 ล้อหน้า และ 4 ล้อ

นอกจากนี้ยังโดดเด่นเรื่องระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense ซึ่งติดตั้งมาให้ในทุกรุ่นย่อยประกอบไปด้วย ระบบเตือนการชนด้านหน้า Pre-Collision System (with Pedestrian Detection), ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ แบบแปรผัน Adaptive Cruise Control , ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกช่องจราจร Lane Departure Alert with steering control, ระบบไฟสูงอัตโนมัติ Automatic High Beam, และ ระบบแสดงผลป้ายจราจร Road Sign Assist



สำหรับรายละเอียดเครื่องยนต์, ราคารุ่นย่อยแต่ละรุ่น, และ ราคาเทียบกับคู่แข่งสามารถดูจากตารางด้านล่างได้เลย


เครื่องยนต์เบนซิน 1.2 ลิตร Turbo รหัส 8NR-FTS DOHC 4 สูบแถวเรียง 16 วาล์ว Direct Injection D4 VVT-iw (intake) / VVT-i (exhaust) ขนาด 1.2 ลิตร 1,197 ซีซี. กระบอกสูบ x ระยะช่วงชัก 71.5 x 74.5 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 10.0 : 1  กำลังสูงสุด 116 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 185 นิวตันเมตร ที่ 1,500 – 4,000 รอบ/นาทีจับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ และ เกียร์อัตโนมัติแบบ CVT

เครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร Hybrid รหัส 2ZR-FXE DOHC 4 สูบแถวเรียง Atkinson cycle 16 วาล์ว VVT-i  ขนาด 1.8 ลิตร 1,798 ซีซี. กระบอกสูบ x ระยะช่วงชัก 80.5 x 88.3 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 13.04 : 1  กำลังสูงสุด 98 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 142 นิวตันเมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า PERMANENT MAGNET SYNCHRONOUS ให้กำลังสูงสุด 72 แรงม้า แรงบิด 163 นิวตันเมตร แบตเตอรี่แบบ Ni-MH ( Nickel metal Hydride ) จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ แบบ CVT รวมพละกำลังจากทั้งเครื่องยนต์ และ มอเตอร์ไฟฟ้าให้ กำลังสูงสุด 122 แรงม้า



สรุปด้านเครื่องยนต์ – ระบบส่งกำลัง – ระบบขับเคลื่อน
(ในประเทศอังกฤษ : UK United Kingdom)

Toyota C-HR มีให้เลือก 2 เครื่องยนต์ ทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และ ขับเคลื่อน 4 ล้อ

เบนซิน 1.2 ลิตร เทอร์โบ 116 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 185 นิวตันเมตร ที่ 1,500 – 4,000 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ และ เกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ขับเคลื่อน 2 ล้อ – ขับเคลื่อน 4 ล้อ

เบนซิน 1.8 ลิตร Hybrid 98 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 142 นิวตันเมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 72 แรงม้า แรงบิด 163 นิวตันเมตร แบตเตอรี่แบบ Ni-MH จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ แบบ CVT รวมพละกำลังจาก ทั้งเครื่องยนต์และ มอเตอร์ไฟฟ้าให้ กำลังสูงสุด 122 แรงม้า ขับเคลื่อน 2 ล้อ

วันอาทิตย์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2560

Toyota CHR เปิดตัวในไทยเมื่อไหร่?

Toyota CHR เปิดตัวในไทยเมื่อไหร่?
Toyota CHR เปิดตัวในไทยไปแล้วงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2016 ที่ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ในเดือนมีนาคม - เมษายน 2016 ที่ผ่านมา ซึ่งได้นำ Toyota C-HR Concept มาเผยโฉมอย่างเป็นทางการที่บูธโตโยต้า สำหรับจะขายและทำตลาดในไทยเมื่อไหร่นั้น ก็คาดน่าว่าจะปลายปี 2017 หรือไม่ก็ต้นปี 2018 จะได้เห็น Toyota CHR วิ่งในไทย

ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2017 บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ได้เผยยอดการการจองสั่งซื้อเริ่มตั้งแต่วันที่ 14 ธันวาคม 2016 – 19 มกราคม 2017 ได้มียอดสั่งซื้อไปกว่า 48,000 คันโดยในยอดนี้จะเป็นรุ่นไฮบริด 38,000 คัน และรุ่นเทอร์โบ 11,000 คัน และเป็นยอดการสั่งซื้อที่ทะลุเป้าของโตโยต้าถึง 8 เท่าตัว

ได้เห็นยอดการสั่งจองถล่มทลายขนาดนี้ คู่แข่งอย่าง Honda HR-V, Juke, Ford E-CO SPort รวมถึง Mazda CX-3 คงจะหนาวๆร้อนเลยครับงานนี้


รูปจาก: car250.com






Toyota C-HR เปิดตัวที่ เจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในงาน International Motor Show ครั้งที่ 86



Toyota CHR เปิดตัวที่สหรัฐอเมริกา ในงาน Los Angeles Auto Show 2016 ในวันที่ 17 พฤศจิกายนปีที่ผ่านมา


และล่าสุดกำลังจะมีการเปิดตัว Toyota CHR ที่ออสเตรเลียในต้นปี 2017 นี้ ส่วนเมืองไทยนั้นอดใจรออีกไม่นานจะได้ยลโฉมกัน ในระหว่างนี้ก็ศึกษาหาชุดแต่ง ที่โดนๆ เอามาแต่งเจ้า Toyota CHR  กันไปพลางๆ ก่อนครับ

วันศุกร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2560

Toyota CHR ราคาเท่าไหร่?

ราคา Toyota CHR ที่เปิดเผยออกมาอย่างเป็นทางการ ก็จะมีที่ประเทศญี่ปุ่น และอังกฤษ ครับ

ราคา Toyota C-HR ที่จำหน่ายในญี่ปุ่นแบ่ง2 เครื่องยนต์จะมี 4 รุ่นย่อยด้วยกัน

Toyota C-HR เครื่องยนต์ 1.2 Turbo มี 2 รุ่นย่อย
- 1.2 Turbo S-T  4WD ราคา 2,516,400 เยน (ประมาณ 764,000 บาท)
- 1.2 Turbo G-T  4WD ราคา 2,775,600 เยน (ประมาณ 843,000 บาท)

Toyota C-HR เครื่องยนต์ 1.8 Hybrid มี 2 รุ่นย่อย
- 1.8 Hybrid S  2WD ราคา 2,646,000 เยน (ประมาณ 803,000 บาท)
- 1.8 Hybrid G  2WD ราคา 2,905,200 เยน (ประมาณ 882,000 บาท)

Toyota C-HR ในญี่ปุ่นมีให้เลือก 2 รูปแบบ มีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

เครื่องยนต์เบนซิน 1.2 ลิตร Turbo
รหัส 8NR-FTS DOHC 4 สูบแถวเรียง 16 วาล์ว Direct Injection D4 VVT-iw (intake) VVT-i (exhaust) ขนาด 1.2 ลิตร 1,197 ซีซี. ให้กำลังสูงสุด 116 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 185 นิวตันเมตร ที่ 1,500 – 4,000 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i

เครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร Hybrid
รหัส 2ZR-FXE DOHC 4 สูบแถวเรียง Atkinson cycle 16 วาล์ว VVT-i ขนาด 1.8 ลิตร1,798 ซีซี. ให้กำลังสูงสุด 98 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 142 นิวตันเมตรที่ 3,600 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุด 72 แรงม้า แรงบิด163 นิวตันเมตร แบตเตอรี่แบบ Ni-MH รวมพละกำลังจากทั้งเครื่องยนต์ และ มอเตอร์ไฟฟ้าให้ กำลังสูงสุด 122 แรงม้า จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ แบบ CVT


ส่วนราคา Toyota C-HR ในอังกฤษมีให้เลือก 2 เครื่องยนต์ ทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และ ขับเคลื่อน 4 ล้อ


ราคา Toyota C-HR เริ่มต้น £20,995 ปอนด์ (ประมาณ 968,000บาท) ไปจนถึงราคารุ่นท็อป £27,995 ปอนด์ (ประมาณ 1,291,000บาท)

เครื่องยนต์เบนซิน 1.2 ลิตร Turbo มี 8 รุ่นย่อย
116 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 185 นิวตันเมตร ที่ 1,500 – 4,000 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ และ เกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ขับเคลื่อน 2 ล้อ – ขับเคลื่อน 4 ล้อ

เบนซิน 1.8 ลิตร Hybrid มี 3 รุ่นย่อย
98 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 142 นิวตันเมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 72 แรงม้า แรงบิด 163 นิวตันเมตร แบตเตอรี่แบบ Ni-MH จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ แบบ CVT รวมพละกำลังจาก ทั้งเครื่องยนต์และ มอเตอร์ไฟฟ้าให้ กำลังสูงสุด 122 แรงม้า ขับเคลื่อน 2 ล้อ



ส่วนความคืบหน้า Toyota C-HR ในไทย เท่าที่ทราบข่าวล่าสุด ยังมีกำหนดการเหมือนเดิมคือ ประกอบในประเทศ และ จะเปิดตัวในบ้านเราช่วงต้นปี 2018 ทั้งนี้อาจจะมีการเปิดตัวก่อนในช่วงปลายปี 2017

เหตุที่ช้าเนื่องจากต้องมีการปรับเปลี่ยนไลน์ประกอบใหม่ เนื่องจาก Toyota C-HR จะใช้พื้นฐานตัวรถ หรือ Platform พัฒนาขึ้นใหม่ Toyota New Global Architecture (TNGA) ที่ไม่อ้างอิงกับรถรุ่นใดเลยที่มีอยู่ในไทยตอนนี้